ปัจจัยการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานีที่ผู้บริหารควรทราบ

ปัจจัยการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานีที่ผู้บริหารควรทราบ ฐาปนา บุณยประวิตร (thapana.asia@gmail.com) นายกสมาคมการผังเมืองไทย   ขอบคุณ บทความจาก ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 11-14 สิงหาคม 2561             แผนงานที่ถูกต้องและการออกแบบตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้พื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนมีศักยภาพระดับสูงในการสนับสนุนปริมาณผู้โดยสารแก่ระบบขนส่งมวลชนและสามารถสร้างย่านที่มีคุณภาพส่งมอบให้แก่เมือง Transit Cooperative Research Program หรือ TCRP ได้ร่วมกับ Federal Transit Administration หรือ FTA ออกรายงานการเตรียมการพัฒนาระบบการเข้าถึงสถานีเพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนได้นำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งบทความฉบับนี้จะกล่าวถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานีซึ่งผู้บริหารหรือนักวางแผนควรทราบ           ในการคัดเลือกปัจจัยของการวางแผน ผู้บริหารควรกำหนดให้ศึกษาและจัดทำข้อกำหนดหรือแนวทางการออกแบบพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานี โดยให้ดำเนินการตั้งแต่แรกเริ่มโครงการ ซึ่งผู้บริหารควรให้ความสำคัญในการตรวจสอบผลการศึกษา ติดตามการนำแนวทางไปใช้ในการออกแบบ รวมทั้งการนำแนวทางการออกแบบไปสู่การก่อสร้างหรือการปฏิบัติจริง           ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และการพัฒนาระบบการเข้าถึงสถานีมีอยู่ด้วยกัน 13 ข้อดังนี้           ปัจจัยแรก แนวทางหรือกระบวนการที่ดีที่สุดในการวางแผนพัฒนาสถานี           ปัจจัยที่สอง กลุ่มองค์กรหรือหน่วยงานใดที่มีความสัมพันธ์กับความสำเร็จในการวางแผนและการออกแบบสถานี การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี และการพัฒนาระบบการเข้าถึงสถานี ซึ่งควรร่วมอยู่ในกระบวนการวางแผนด้วย           ปัจจัยที่สาม ประเภทการเดินทาง…

EEC ควรวางผังการใช้ที่ดินสนับสนุนการขยายฐานภาษี

EEC ควรวางผังการใช้ที่ดินสนับสนุนการขยายฐานภาษี ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย (thapana.asia@gmail.com)    ขอบคุณบทความ จากกรุงเทพธุรกิจ คอลัมส์ EEC FOCUS ที่มาภาพ : กระทรวงอุตสาหกรรม http://www.industry.go.th/industry/index.php/en/infographic1/item/10529?rss_id=9998            สมาคมการวางผังอเมริกัน (American Planning Association-APA) เสนอให้รัฐใช้กลไกการจัดเก็บรายได้เป็นปัจจัยหลักในการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับพื้นที่พัฒนาพิเศษ (specific development areas) หรือพื้นที่พัฒนาใหม่ที่รัฐและเอกชนต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในปริมาณมาก           เหตุผลความจำเป็นที่รัฐต้องประมาณการภาษีจากพื้นที่พัฒนาพิเศษเกิดจากประเด็นความเท่าเทียมในการใช้งบประมาณ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ในพื้นที่พัฒนาพิเศษ รัฐต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการ และการดูแลรักษาซ่อมบำรุง การที่เม็ดเงินจำนวนมากไปกระจุกอยู่ในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่ง นับเป็นความไม่เท่าเทียมที่มีนัยของการบริหารงบประมาณ           ดังนั้น การที่รัฐได้กำหนดกรอบการใช้งบประมาณที่แสดงการเทียบเคียงกับเป้าหมายการได้รับภาษีในแต่ละปีอย่างชัดแจ้ง และได้ชี้แจงต่อสาธารณะให้เข้าใจ ก็จะช่วยลบข้อครหาด้านความไม่เท่าเทียมในการบริหารงบประมาณลงได้           กรณีของกฎหมายภาษีลาภลอยหรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Tax abatement นั้น นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นความพยายามในการสร้างความเท่าเทียมของการใช้งบประมาณ โดยผู้ได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นตามผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้จากความได้เปรียบของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรัฐได้ลงทุนไว้           สำหรับพื้นที่ EEC เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐมีความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง…