การประมาณการมูลค่าเศรษฐกิจในผังเมืองรวม

การประมาณการมูลค่าเศรษฐกิจในผังเมืองรวม ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย Thapana.asia@gmail.com   บทความใน EEC Focus กรุงเทพธุรกิจ นายกสมาคมการผังเมืองไทยชี้ให้เห็นว่า ผังเมืองรวมต้องชี้นำการพัฒนา ไม่ใช่รอให้มีความเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพเสียก่อนจึงกำหนดการใช้ประโยชน์ตาม แบบนี้เขาไม่ทำกัน ไม่เกิดประโยชน์ เสียเงิน สูญเสียเวลา ทำให้คนเขาหัวเราะเยาะเย้ยกันว่า คนวางผังคิดไม่เป็น อีกประการคือ ผังเมืองต้องวางตอบสนองต่อการเพิ่มพูนด้านมูลค่าเศรษฐกิจในที่ดินที่จำกัด กรอบคิดกว้างๆ อ่านจากบทความครับ (ขอบคุณกรุงเทพธุรกิจ)   เครดิตภาพ Skyscrapercity ขอบคุณ บทความใน คอลัมส์ EEC FOCUS ในกรุงเทพธุรกิจ   เข้าสู่บทความ ในคอลัมส์ EEC FOCUS ในกรุงเทพธุรกิจ             ผังเมืองรวมโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ 3 ประการได้แก่ การชี้นำการพัฒนาด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานโดยกำหนดในรูปของยุทธศาสตร์เมือง การสร้างมูลค่าเพิ่มด้านเศรษฐกิจและภาษีจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการสร้างแนวทางพร้อมข้อกำหนดในการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การชี้นำการพัฒนาและการเพิ่มขึ้นของมูลค่าจากการใช้ประโยชน์                 โดยวัตถุประสงค์ในข้อแรก ผังเมืองรวมมีหน้าที่กำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคต ด้วยการคาดประมาณด้านประชากร เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตตามการคาดหวังของประชาชน คำสำคัญที่เรียกว่า…

ฟื้นฟูชุมชนเดิม EEC ให้เศรษฐกิจยั่งยืน

  ฟื้นฟูชุมชนเดิม EEC ให้เศรษฐกิจยั่งยืน ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย Thapana.asia@gmail.com   ภาพ : ย่านเมืองเก่าถนนยมจินดา จ.ระยอง ขอบคุณ บทความจาก กรุงเทพธุรกิจ คอลัมส์ ECC FOCUS ขอบคุณ ภาพจาก ฉัตรนุชัย สมบัติศรี รองปลัดเทศบาลนครระยอง               พื้นที่สามจังหวัดของอีอีซีมีชุมชนดั้งเดิมอยู่เป็นจำนวนมาก ชุมชนเหล่านี้ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกมาอย่างยาวนาน โดยเป็นทั้งแหล่งการจ้างงาน แหล่งการผลิต ย่านการค้า ย่านการบริการ และย่านการอยู่อาศัย ที่มีรูปแบบผสมผสานการใช้ที่ดิน (mix land use) อย่างเข้มข้น               เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจของอีอีซีเป็นไปอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องส่งเสริมธุรกิจของท้องถิ่น และดำรงรักษาวิถีการทำงานจากแหล่งงานดั้งเดิมให้คงอยู่ จึงเสนอให้คณะกรรมการอีอีซีวางแผนออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูชุมชนดั้งเดิมไปพร้อมๆ กับการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยวางแผนปรับปรุงฟื้นฟู ดังต่อไปนี้             ข้อแรก ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานส่วนท้องถิ่น…

(ที่ระยอง) ออกแบบศูนย์เศรษฐกิจระยองเพิ่มมูลค่าอีอีซี

ออกแบบศูนย์เศรษฐกิจระยองเพิ่มมูลค่าอีอีซี ฐาปนา บุณยประวิตร  นายกสมาคมการผังเมืองไทย Thapana.asia@gmail.com                  ศูนย์เศรษฐกิจเป็นพื้นที่รวมการประกอบธุรกิจ ศูนย์เศรษฐกิจจัดเป็นจุดกำเนิดของการสร้างงาน การจ้างงาน และการสร้างมูลค่าของภาคเศรษฐกิจจริง การพิจารณาว่าประเทศมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจระดับใด ส่วนหนึ่งอาจดูได้จากความคึกคักมีชีวิตชีวาของศูนย์เศรษฐกิจในประเทศนั้นๆ             สำหรับอีอีซี ระดับความเจริญและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจสามารถพิจารณาได้จากความมีชีวิตชีวาของศูนย์เศรษฐกิจในพื้นที่หัวเมืองหลัก 6 แห่ง ได้แก่ ศูนย์เศรษฐกิจเมืองชลบุรี ศูนย์เศรษฐกิจเมืองบางแสน ศูนย์เศรษฐกิจเมืองศรีราชา ศูนย์เศรษฐกิจเมืองแหลมฉบัง ศูนย์เศรษฐกิจเมืองพัทยานาเกลือ และศูนย์เศรษฐกิจเมืองระยอง             เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่วันนี้ ศูนย์เศรษฐกิจเมืองระยองได้เริ่มต้นออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเป็นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยโครงการพัฒนากลไกการออกแบบเมืองด้วยการออกแบบย่านอย่างชาญฉลาดเพื่อยกระดับทางเศรษฐกิจ (SG-ABC) ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยความร่วมมือของจังหวัดระยอง เทศบาลนครระยอง สมาคมการผังเมืองไทย และบริษัท ระยองพัฒนาเมือง จำกัด             โครงการนี้ ใช้พื้นที่ใจกลางของเทศบาลนครระยองบริเวณย่านเทศบันเทิง ย่านการค้าโรงแรมสตาร์ และย่านเก่ายมจินดา รวม 2.2 ตารางกิโลเมตรเป็นพื้นที่ออกแบบ กำหนดเป้าหมายให้เป็นมหานครดิจิตอลศูนย์รวมการค้าและการลงทุนของอีอีซีที่มีความสมบูรณ์             กำหนดให้สองข้างทางถนนสุขุมวิทความยาวประมาณ 2.2 กิโลเมตรเป็นพื้นที่ใจกลาง (Downtown) และเป็นถนนสายหลัก…

พิษณุโลกรวมพลัง : ดันการพัฒนาเมืองสู่การเติบโตอย่างชาญฉลาด

อบจ.พิษณุโลก ร่วมกับ จังหวัดพิษณุโลก ดันการพัฒนาเมืองสู่การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth Phitsanulok) บทความโดย พิชิต ขอผล หัวหน้าฝ่ายผังเมือง อบจ.พิษณุโลก    จากแนวคิด พิษณุโลกสมาร์ทซิตี้(Phitsanulok Smart City) และ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับเมืองบริการที่หลากหลาย มีความปลอดภัยสูง การเติบโตสู่เศรษฐกิจและสังคม สี่แยกอินโดจีน                  จังหวัดพิษณุโลก มีการพัฒนาโครงการสำคัญของรัฐบาลที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคมในพื้นที่ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง(High speed train) กรุงเทพ – พิษณุโลก – เชียงใหม่  โครงการรถไฟรางคู่(กรุงเทพฯ – เชียงใหม่) และ ต่อขยายเพิ่มสายเด่นชัย – เชียงของ  โครงการศูนย์กระจายสินค้า(Logistics Hub) ฯลฯ และ มีการใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก…

ดันระบบขนส่งมวลชนรองแก้ปัญหารถติดกทม. ได้จริงหรือ???

ดันระบบขนส่งมวลชนรองแก้ปัญหารถติดกทม. ได้จริงหรือ???   ที่มาบทความ ฐานเศรษฐกิจ ขอขอบคุณ มา ณ ที่นี้ครับ ที่มาภาพ : https://radiotuneindia.com.au/making-cbd-shopping-shine-during-light-rail-construction/   ปัญหารถติดในกรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นปัญหาท้าทายรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ยิ่งรัฐบาลนายกฯพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โหมประโคมสร้างรถไฟฟ้าสารพัดสีทั่วกรุงเทพฯ กลายเป็นซ้ำเติมปัญหาให้หนักข้อยิ่งขึ้นไปอีก แม้ที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) จะพยายามหามาตรการต่างๆมาบังคับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับผลสำเร็จเท่าที่ควร บางแนวทางยังส่งผลให้มีผลกระทบด้านการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครลุกลามมากขึ้น โดยเฉพาะเขตชั้นในของเมืองและย่านเศรษฐกิจสำคัญ ที่ปัจจุบันแม้จะมีระบบรถไฟฟ้าโครงข่ายหลักให้บริการเกือบๆ จะครอบคลุมทั้งพื้นที่อยู่แล้วก็ตาม   ที่มาภาพ : ฐานเศรษฐกิจ   *ขาดการบูรณาการ”   ปัญหาการออกแบบโครงข่ายการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับการวิพากษ์มาโดยตลอดว่า ผู้วางแผนไม่ได้นำเกณฑ์การออกแบบมาใช้อย่างครบถ้วน ที่เห็นได้ชัดได้แก่ การขาดการประสานรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือการประกอบกิจกรรมเศรษฐกิจ กับการออกแบบโครงข่ายรถไฟฟ้าอย่างบูรณาการ ทำให้ไม่สามารถกำหนดทิศทางการสัญจรของประชาชนและกำหนดขนาดมวลประชากรที่เดินทางในแต่ละช่วงเวลาได้   นอกจากนั้น ยังขาดการออกแบบเชื่อมประสานโครงข่ายขนส่งมวลชนรองจาก ขสมก.และการเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อในบริเวณจุดตัดของรถไฟฟ้า ทำให้ผู้เดินทางไม่มีความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ   ที่มาภาพ : ฐานเศรษฐกิจ   ปัญหาอีกประการได้แก่ ขาดการออกแบบระบบขนส่งมวลชนรองหรือฟีดเดอร์ รองรับการเดินทางในพื้นที่ซับคอริดอร์หรือพื้นที่เศรษฐกิจในถนนรองในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งจากการศึกษาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย…

เกณฑ์การพัฒนาที่ดินรอบอู่ตะเภา

เกณฑ์การพัฒนาที่ดินรอบอู่ตะเภา ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย Thapana.asia@gmail.com   ที่มาภาพ : skyscrapercity.com              รัฐบาลโดยคณะกรรมการ EEC ได้ประกาศให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นประตูการบินสำคัญของภาคตะวันออก เป็นสนามบินรองจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในฐานะศูนย์กลางการบินของประเทศ โดยได้ทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการบิน อาคารผู้โดยสาร และการพัฒนาพื้นที่โดยรอบเพื่อรองรับการขยายตัวการเดินทางที่จะมีมากขึ้นในอนาคต           นโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในครั้งนี้นับว่าสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของ EEC อย่างไรก็ตาม หากติดตามข่าวสารการวางแผนและการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ในบริเวณโดยรอบ จะพบว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องปรับปรุงวิธีคิดในการวางแผนและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการออกแบบให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานให้มากกว่านี้           โดยเกณฑ์ที่ควรนำมาประยุกต์ใช้อย่างเร่งด่วนได้แก่ เกณฑ์การพัฒนาพื้นที่รอบท่าอากาศยานขนาดใหญ่ หรือ Airport-Oriented Development หรือ AOD ซึ่งแนวทางสำคัญที่ใช้ในการวางแผนและการออกแบบ ประกอบด้วย           ข้อแรก การบูรณาการโครงข่ายคมนาคมและขนส่งเพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึง (Connectivity) ประกอบด้วย การเชื่อมต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงระหว่างภาค การเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าระหว่างเมือง การเชื่อมต่อโครงข่ายรถบัสหรือระบบขนส่งรองระหว่างย่านและชุมชม และการเชื่อมต่อด้วยโครงข่ายสัญจรสีเขียวเพื่อการเข้าถึงสถานี (Accessibility)           ข้อที่สอง การออกแบบพัฒนาพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจในระยะที่เหมาะสมเพื่อรองรับกิจกรรมเศรษฐกิจที่ไม่สามารถพัฒนาได้ในพื้นที่ควบคุมการบินและเป็นศูนย์เศรษฐกิจรองรับการผลิตและการบริการสนับสนุนกิจการเดินทางให้แก่ท่าอากาศยาน           ข้อที่สาม การวางแผนและการออกแบบพัฒนาพื้นที่สองข้างทางให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจย่อย (Sub-Economic Corridor) โดยกำหนดเขตการพัฒนาเฉพาะในพื้นที่เนื้อเมืองและพื้นที่บริเวณจุดตัดสำคัญของระบบขนส่งมวลชน…

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินด้วยขนส่งมวลชนรอง

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินด้วยขนส่งมวลชนรอง ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย (Thapana.asia@gmail.com)   ที่มาภาพ : https://www.slideshare.net/EMBARQNetwork/approach-to-integrated-land-use-transport-within-spatial-planning-processes   ในการออกแบบพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่หรือการออกแบบพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้า (Transit-Oriented Development-TOD) ที่ต้องการผลตอบแทนสูง อย่างเช่น พื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงของ EEC สมาคมการผังเมืองอเมริกัน (American Planning Association หรือ APA)  แนะนำให้วางแผนเชื่อมต่อระบบคมนาคมและขนส่งกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land Use and Transportation) ด้วยโครงข่ายการสัญจรสีเขียว (Green Transportation) เช่น พื้นที่ภายในศูนย์เศรษฐกิจ ควรวางแผนเชื่อมต่อที่ดินด้วยทางเดิน ทางจักรยาน และระบบขนส่งมวลชน ส่วนการเชื่อมต่อการเดินทางและการใช้ที่ดินระหว่างศูนย์เศรษฐกิจ APA กำหนดไว้ชัดเจนให้ออกแบบการเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งมวลชน หากปริมาณการเดินทางมีมากหรือที่ดินมีราคาสูง ก็ให้ออกแบบการเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งทางราง กรณีเนื้อเมืองมีขนาดใหญ่ การเชื่อมต่อด้วยโครงข่ายขนส่งมวลชนหลักหรือโครงข่ายเส้นตรงอาจไม่ครอบคลุมพื้นที่เมืองได้ทั้งหมด APA จึงเสนอให้ออกแบบโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างหน่วยบริการสำคัญ เช่น ย่านที่อยู่อาศัยกับสถานีรถไฟฟ้าหรือศูนย์พาณิชยกรรมหรือสถาบันการศึกษาด้วยระบบขนส่งมวลชนรอง โดยมีเป้าหมายในการออกแบบ 3 ข้อคือ ข้อแรก เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ที่ดินพื้นที่สองข้างทางระบบขนส่งมวลชนรอง ซึ่งหากเป็นพื้นที่สองข้างทางรถไฟฟ้า จะต้องอนุญาตให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยในระยะ…

การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนต้องตอบโจทย์การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ (มีคลิป)

การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนต้องตอบโจทย์การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย (thapana.asia@gmail.com)   ขอบคุณ บทความจากฐานเศรษฐกิจ ที่มาภาพ : https://www.buffalorising.com/2017/03/gbnrtc-encourages-community-members-to-attend-march-29-workshop-to-share-ideas/             น่ายินดีที่ช่วง 3 ปีหลัง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development-TOD) ด้วยการวางแผนและการออกแบบพัฒนาพื้นที่กันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ กล่าวได้ว่า ทศวรรษนี้เป็นยุคทองของการพัฒนาเชิงพื้นที่รอบสถานีที่แท้จริง           อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดของวางแผนและการออกแบบ ได้พบจุดอ่อนและการด้อยมาตรฐานในบางด้าน ที่เห็นได้ชัดคือ แผนงานส่วนใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐยังขาดการบูรณาการการพัฒนาเชิงพื้นที่กับภาคเอกชนและเจ้าของแปลงที่ดิน น้อยครั้งที่จะพบการสร้างโปรแกรมการพัฒนาร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กับผู้ประกอบการเดินรถและหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือประเทศไทยยังคงติดกับดักวาทกรรม “การเอื้อผลประโยชน์ให้กับเอกชน” จนหน่วยงานต่างๆ ไม่กล้าดำเนินการประสานแผนพัฒนา TOD ตามเกณ์ที่วางไว้ สำหรับการด้อยมาตรฐานการออกแบบที่ยังต้องปรับปรุงกันต่อนั้น ได้แก่ การวางแผนและการออกแบบระบบการเข้าถึงสถานีขนส่งมวลชน (Planning for Providing Access to Transit Station) เนื่องจากแผนงานนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องอย่างมากกับยกระดับการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ สถานีใดที่ออกแบบสถาปัตยกรรมงดงามอสังการ แต่ขาดการวางแผนระบบการเข้าถึงและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบตามมาตรฐาน สถานีนั้นจะมีค่าเพียงแค่จุดจอดรถ จะหามูลค่าทางเศรษฐกิจและระบบกายภาพที่สูงขึ้นของย่านซึ่งเกิดจากตัวสถานีไม่ได้   ปัจจัยและองค์ประกอบการออกแบบระบบการเข้าถึงสถานีตามมาตรฐานของ Federal…

ปัจจัยการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานีที่ผู้บริหารควรทราบ

ปัจจัยการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานีที่ผู้บริหารควรทราบ ฐาปนา บุณยประวิตร (thapana.asia@gmail.com) นายกสมาคมการผังเมืองไทย   ขอบคุณ บทความจาก ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 11-14 สิงหาคม 2561             แผนงานที่ถูกต้องและการออกแบบตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้พื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนมีศักยภาพระดับสูงในการสนับสนุนปริมาณผู้โดยสารแก่ระบบขนส่งมวลชนและสามารถสร้างย่านที่มีคุณภาพส่งมอบให้แก่เมือง Transit Cooperative Research Program หรือ TCRP ได้ร่วมกับ Federal Transit Administration หรือ FTA ออกรายงานการเตรียมการพัฒนาระบบการเข้าถึงสถานีเพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนได้นำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งบทความฉบับนี้จะกล่าวถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานีซึ่งผู้บริหารหรือนักวางแผนควรทราบ           ในการคัดเลือกปัจจัยของการวางแผน ผู้บริหารควรกำหนดให้ศึกษาและจัดทำข้อกำหนดหรือแนวทางการออกแบบพื้นที่และระบบการเข้าถึงสถานี โดยให้ดำเนินการตั้งแต่แรกเริ่มโครงการ ซึ่งผู้บริหารควรให้ความสำคัญในการตรวจสอบผลการศึกษา ติดตามการนำแนวทางไปใช้ในการออกแบบ รวมทั้งการนำแนวทางการออกแบบไปสู่การก่อสร้างหรือการปฏิบัติจริง           ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และการพัฒนาระบบการเข้าถึงสถานีมีอยู่ด้วยกัน 13 ข้อดังนี้           ปัจจัยแรก แนวทางหรือกระบวนการที่ดีที่สุดในการวางแผนพัฒนาสถานี           ปัจจัยที่สอง กลุ่มองค์กรหรือหน่วยงานใดที่มีความสัมพันธ์กับความสำเร็จในการวางแผนและการออกแบบสถานี การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี และการพัฒนาระบบการเข้าถึงสถานี ซึ่งควรร่วมอยู่ในกระบวนการวางแผนด้วย           ปัจจัยที่สาม ประเภทการเดินทาง…

EEC ควรวางผังการใช้ที่ดินสนับสนุนการขยายฐานภาษี

EEC ควรวางผังการใช้ที่ดินสนับสนุนการขยายฐานภาษี ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย (thapana.asia@gmail.com)    ขอบคุณบทความ จากกรุงเทพธุรกิจ คอลัมส์ EEC FOCUS ที่มาภาพ : กระทรวงอุตสาหกรรม http://www.industry.go.th/industry/index.php/en/infographic1/item/10529?rss_id=9998            สมาคมการวางผังอเมริกัน (American Planning Association-APA) เสนอให้รัฐใช้กลไกการจัดเก็บรายได้เป็นปัจจัยหลักในการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับพื้นที่พัฒนาพิเศษ (specific development areas) หรือพื้นที่พัฒนาใหม่ที่รัฐและเอกชนต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในปริมาณมาก           เหตุผลความจำเป็นที่รัฐต้องประมาณการภาษีจากพื้นที่พัฒนาพิเศษเกิดจากประเด็นความเท่าเทียมในการใช้งบประมาณ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ในพื้นที่พัฒนาพิเศษ รัฐต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการ และการดูแลรักษาซ่อมบำรุง การที่เม็ดเงินจำนวนมากไปกระจุกอยู่ในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่ง นับเป็นความไม่เท่าเทียมที่มีนัยของการบริหารงบประมาณ           ดังนั้น การที่รัฐได้กำหนดกรอบการใช้งบประมาณที่แสดงการเทียบเคียงกับเป้าหมายการได้รับภาษีในแต่ละปีอย่างชัดแจ้ง และได้ชี้แจงต่อสาธารณะให้เข้าใจ ก็จะช่วยลบข้อครหาด้านความไม่เท่าเทียมในการบริหารงบประมาณลงได้           กรณีของกฎหมายภาษีลาภลอยหรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Tax abatement นั้น นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นความพยายามในการสร้างความเท่าเทียมของการใช้งบประมาณ โดยผู้ได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นตามผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้จากความได้เปรียบของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรัฐได้ลงทุนไว้           สำหรับพื้นที่ EEC เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐมีความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง…