EEC พลิกโฉมหน้าเมืองระยอง (มี 2 คลิป)

EEC พลิกโฉมหน้าเมืองระยอง (มี 2 คลิป)

 

1

 

ขอเชิญท่านที่สนใจชมเทปรายการชั่วโมงข่าวฐานเศรษฐกิจ ช่อง 22 เนชั่นแชลแนล เรื่อง อีอีซี พลิกโฉมหน้าเมืองระยอง โดยคุณภูษิต ไชยฉ่ำ กก.ผจก.ระยองพัฒนาเมือง และฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย

รายการ ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ วันพุธที่ 27 มิถุนายน 2561 เวลา 13.00-14.00 น. ดำเนินรายการโดย คุณบากบั่น บุญเลิศ และ คุณกรรณิการ์ รุ่งกิจเจริญกุล สร้างโอกาสทางธุรกิจกับฐานเศรษฐกิจ เจาะลึกประเด็น EEC พลิกโฉมหน้าเมืองระยอง

(ขอบคุณ วีดีโอคลิป จากฐานเศรษฐกิจและเนชั่นทีวี)

https://www.youtube.com/watch?v=KDzG3ofp-hk&feature=share

https://www.youtube.com/watch?v=_1QxKtDe4KE&feature=share

ศูนย์เศรษฐกิจระยองในฐานะ”ศูนย์กลางรอง”การขนส่งอีอีซี บทความโดย นายกสมาคมการผังเมืองไทย

ศูนย์เศรษฐกิจระยองในฐานะ”ศูนย์กลางรอง”การขนส่งอีอีซี บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย thapana.asia@gmail.com     ระยองเป็นจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพมหานคร ด้วยการเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์การขนส่งและขนถ่ายสินค้าอุตสาหกรรม พื้นที่การเกษตร และศูนย์เศรษฐกิจพาณิชยกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิคมอุตสาหกรรมซึ่งมีจำนวนมากถึง 15 แห่ง คิดรวมนิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม ชุมชนอุตสาหกรรม และสวนอุตสาหกรรม ทำให้ระยองเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่เติบโตสูงมาโดยตลอด ยิ่งได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษตามพระราชบัญญัติอีอีซีด้วยแล้ว ระยองจึงมีสภาพเป็นทำเลทองของการลงทุนและการบริการภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศไปโดยปริยาย หากอีอีซีใช้เกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) เป็นกรอบแนวคิดการออกแบบยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ เมืองระยองจะถูกกำหนดให้มีบทบาทที่โดดเด่น 2 ด้าน โดย บทบาทด้านแรก ระยองจะต้องออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจให้มีบทบาทเป็นหน่วยพาณิชยกรรมสนับสนุนภาคบริการ ภาคการค้า และภาคการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม บทบาทด้านที่สอง ระยองจะต้องออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่งระดับรองที่ได้มาตรฐานของอีอีซี สำหรับศูนย์กลางคมนาคมและขนส่งหลักของอีอีซีนั้น ได้แก่ บริเวณจุดเชื่อมต่อการเดินทางของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยมีศูนย์กลางคมนาคมและขนส่งรอง จำนวน 4 แห่งเป็นโครงข่ายสนับสนุน ประกอบด้วย ศูนย์แรกพัทยา ที่กำหนดเป็นพื้นที่ให้บริการการเดินทางและการท่องเที่ยวของอำเภอบางละมุงและเมืองพัทยา ศูนย์ที่สองศรีราชา ได้กำหนดพื้นที่ให้บริการเดินทางและขนส่งสินค้าของอำเภอศรีราชา แหลมฉบัง และพื้นที่อุตสาหกรรมในบริเวณต่อเนื่อง ศูนย์ที่สามฉะเชิงเทรา กำหนดพื้นที่ให้บริการเดินทางและขนส่งสินค้าของอำเภอเมือง อำเภอบ้านโพธิ์…

ขอเชิญร่วมเสวนาวิชาการผังเมือง”การวิเคราะห์แนวทางการจัดเก็บภาษีที่ดินกับการออกแบบ downtown”

สมาคมการผังเมืองไทย ขอเชิญสมาชิกสมาคม ผู้แทนหน่วยงาน และผู้สนใจทั่วไป ร่วมเสวนาวิชาการผังเมืองและการออกแบบเมืองครั้งที่ 1     กำหนดการและประเด็นการเสวนาการวางผังและการออกแบบเมือง ครั้งที่ 1 การวิเคราะห์แนวทางการจัดเก็บภาษีที่ดินกับการออกแบบ downtown ตามเกณฑ์ Form–Based Codes เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ   วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 เวลา 13.00–16.30 ณ ห้อง Topaz Room ชั้น 2  โรงแรมริชมอนด์ สไตลิส คอนเวนชั่น ถนนรัตนาธิเบศร์   13.00  ลงทะเบียน 13.30  เปิดการเสวนา ผู้ดำเนินรายการแนะนำวิทยากร 13.45  การบรรยายสั้น เรื่อง สรุปร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ โดยผู้แทนกรมสรรพากร และ การบรรยาย กม.ภาษีที่ดินที่ส่งผลบวกและลบต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย นายภณเสฏฐ พันธนาคง ตำแหน่ง Government Affair…

กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี

กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย thapana.asia@gmail.com   ที่มาภาพ https://images.indianexpress.com/2016/04/sanghai-house-759.jpg   กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้หรือ Affordable Housing Fund (AHF) มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่มีรายได้ระดับกลางและระดับล่าง โดยใช้สิทธิประโยชน์ทั้งด้านการเงิน (Financial Incentives) นโยบายการพัฒนาเมือง (Planning Policy) มาตรการด้านผังเมือง (Ordinance Strategies) และมาตรการด้านต่างๆ เป็นกลไกกระตุ้นเพื่อให้มีปริมาณของที่อยู่อาศัยเพียงพอต่อความต้องการในหลายๆ ประเทศ รัฐบาลเป็นทั้งผู้กำหนดนโยบาย (Policy Makers) การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้และเป็นผู้ลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย (Developer) ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มนี้ แต่ในบางประเทศรัฐบาลเป็นเพียงผู้กำหนดนโยบายกระตุ้นให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พร้อมทำหน้าที่ส่งเสริมการปรับปรุงฟื้นฟูที่อยู่อาศัยที่มีอยู่แล้วให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น โดย AHF เป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ ภารกิจของรัฐบาลจะต้องจัดเตรียมงบประมาณในรูปของกองทุนและกำหนดมาตรการในการสนับสนุนแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เทศบาล และบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ลงทุนที่มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยให้มีความหลากหลาย พร้อมสร้างทางเลือกหลายทางในการซื้อหาหรือครอบครองที่อยู่อาศัยได้ด้วยความสะดวก รวมสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งการกำหนดแผนแม่บทการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยให้มีความสะดวกในการลงทุน และการกำหนดพื้นที่พัฒนาที่ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างปริมาณที่อยู่อาศัยกับสถานที่ทำงาน (Job and Housing Balances) ซึ่งจะก่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนา โดยองค์ประกอบ เกณฑ์ แนวทาง มาตรฐานและกลยุทธ์ของการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้…

สมุทรสาครพัฒนาเมือง จับมือ มหิดลอินเตอร์ ร่วมจัดทริปท่องเที่ยวนำร่องชุมชนท่าฉลอม

สมุทรสาครพัฒนาเมือง จับมือ มหิดลอินเตอร์ ร่วมจัดทริปท่องเที่ยวนำร่องชุมชนท่าฉลอม     สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ร่วมกับ วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล จัดโครงการท่องเที่ยวนำร่องชุมชน-ประวัติศาสตร์ท่าฉลอม ร่วมเรียนรู้การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยววิถีชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน   บริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ร่วมกับ กลุ่มสาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (THM-MUIC) และ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ได้ดำเนินโครงการ “เส้นทางท่องเที่ยวนำร่องชุมชนและประวัติศาสตร์ท่าฉลอม” สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี วิชา “การพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ” ระหว่างวันที่ 16-17 มิ.ย. 2561 ณ ต.ท่าฉลอม อ.เมือง ฯ จ.สมุทรสาคร   โดยมีคณะอาจารย์และนักศึกษาประมาณ 35 คน ร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นของคนในชุมชนบ้านท่าฉลอม ผ่านกิจกรรมฐานชุมชน เรียนรู้การใช้ระบบขนส่งมวลชนชุมชน (สามล้อถีบโบราณท่าฉลอม) เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในท่าฉลอม ทั้งศาลเจ้าโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว บ้านอุดมพานิช วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) และวัดนักบุญอันนา  …

ศรีราชาศูนย์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ EEC ในอนาคต บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร

ศรีราชาศูนย์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ EEC ในอนาคต บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย thapana.asia@gmail.com     เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นเขตการพัฒนาเดียวของไทยที่มีกรอบการดำเนินงานตราเป็นกฎหมายบังคับใช้ โดยได้กำหนดนโยบาย แนวทาง มาตรการทั้งการควบคุมและการจูงใจด้านสิทธิประโยชน์ไว้อย่างชัดแจ้ง หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำนโยบายและข้อกำหนดไปใช้ตามเจตนารมณ์ก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กฎหมายและแผนยุทธศาสตร์เป็นเครื่องมือในการยกระดับศูนย์เศรษฐกิจของ EEC ให้มีมาตรฐานระดับโลก บทความตอนที่แล้วได้กล่าวถึง แนวทางการคัดเลือกศูนย์เศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ตามเกณฑ์ LEED-ND เพื่อการวางแผนพัฒนาในอนาคต โดยใช้ตัวชี้วัดด้านตำแหน่งที่ตั้งที่ชาญฉลาด (Smart Location) และระบบการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด (Smart Linkage) http://oknation.nationtv.tv/blog/smartgrowththailand/2018/06/25/entry-1   ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่ามีพื้นที่เศรษฐกิจอยู่ส่วนหนึ่งที่ไม่ควรได้รับการพัฒนา หรือหากจำเป็นต้องพัฒนาก็ควรกำหนดขนาดพื้นที่และสร้างบทบาทด้านเศรษฐกิจจำเพาะขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดที่มีอยู่ ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนั้น ยังพบข้อมูลน่าสนใจว่า พื้นที่เศรษฐกิจตามแนวสองข้างทางถนนสุขุมวิทนับตั้งแต่จังหวัดชลบุรีเป็นต้นไป พื้นที่ส่วนใหญ่มีความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นศูนย์เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์เศรษฐกิจที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการค้าปลีกและพาณิชยกรรม หรือด้านการพาณิชยกรรมเพื่ออุตสาหกรรมและขนส่งโลจิสติกส์ หรือแม้แต่ด้านพาณิชยกรรมเพื่อบริการชุมชนและการท่องเที่ยวก็ตาม โดยพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความโดดเด่นวัดจากเกณฑ์ตำแหน่งที่ตั้งและระบบการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดเรียงลำดับมากไปหาน้อยได้แก่ ศูนย์เศรษฐกิจศรีราชา ศูนย์เศรษฐกิจพัทยา ศูนย์เศรษฐกิจชลบุรี ศูนย์เศรษฐกิจระยอง และศูนย์เศรษฐกิจรอบท่าอากาศยานอู่ตะเภา สำหรับศูนย์เศรษฐกิจศรีราชานั้น เครื่องบ่งชี้ที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีศักยภาพที่โดดเด่นประกอบด้วย การมีที่ตั้งที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม การมีระบบการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์ ได้แก่ มีโครงกระดูกคมนาคมขนส่ง…

แนวทางการวางแผนศูนย์เศรษฐกิจ: เมืองใหม่ EEC ตำแหน่งที่ตั้งส่วนใหญ่ตกเกณฑ์

แนวทางการวางแผนศูนย์เศรษฐกิจ: เมืองใหม่ EEC ตำแหน่งที่ตั้งส่วนใหญ่ตกเกณฑ์ บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย thapana.asia@gmail.com     LEED-ND ได้กำหนดปัจจัยการคัดเลือกที่ตั้งศูนย์เศรษฐกิจ เพื่อประกอบการวางผังเมืองและการออกแบบศูนย์เศรษฐกิจให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์เศรษฐกิจในพื้นที่พัฒนาพิเศษอย่าง EEC อันประกอบด้วย การคัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่มีความเหมาะสม (Smart Location) และการเป็นศูนย์การเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่ง (Smart Linkage) โดยการคัดเลือกที่ตั้งที่มีความเหมาะสม ใช้ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนมากที่สุดสามอันดับได้แก่ อันดับแรก พื้นที่เมืองที่มีการประกอบการพาณิชยกรรมอยู่ก่อนแล้ว โดยที่ภาครัฐและภาคเอกชนได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ อันดับที่สอง พื้นที่อยู่ในบริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียงกับสถานที่ทำงาน อันดับที่สาม พื้นที่ไม่มีภาระด้านการจัดการน้ำ เช่น พื้นที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่เนิน น้ำไม่ท่วมขัง ไม่ใช่พื้นที่กับเก็บน้ำและพื้นที่ดินมีความสมบูรณ์ โดยมีแหล่งเก็บกับน้ำหรือมีแหล่งน้ำชลประทานพาดผ่านหรือมีแหล่งน้ำอุปโภคขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง การคัดเลือกที่ตั้งกิจกรรมการผลิตหรือบริการที่เกี่ยวเนื่องกับบทบาทของศูนย์เศรษฐกิจต่อมาได้แก่ พื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์การเชื่อมต่อคมนาคมขนส่ง หรือพื้นที่มีความสะดวกในการเชื่อมต่อด้วยระบบการคมนาคมขนส่ง อันดับคะแนนสูงสุดได้แก่ อันดับแรก การเป็นศูนย์เชื่อมต่อการขนส่งทางราง ทางอากาศ และการขนส่งทางน้ำ ซึ่งอาจจะเป็นศูนย์รวมทั้งสามระบบหรือระบบใดระบบหนึ่ง (สำหรับการขนส่งทางถนนมีคะแนนน้อย เนื่องจาก มีต้นทุนดำเนินการของผู้ประกอบการสูงในระยะยาว ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะและเป็นต้นทางของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ) อันดับสอง การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางที่รวมหลายระบบเข้าด้วยกัน เช่น รถไฟความเร็วสูง…

EEC ต้องหาศูนย์เศรษฐกิจในอนาคตให้เจอก่อนการวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

EEC ต้องหาศูนย์เศรษฐกิจในอนาคตให้เจอก่อนการวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน บทความ ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย thapana.asia@gmail.com     มีคำถามมากมายจากกูรูด้านผังเมืองว่า คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกได้ศึกษาตำแหน่งที่ตั้งศูนย์เศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตในพื้นที่ 3 จังหวัดหรือยัง เหตุที่คำถามดังกล่าวดังขึ้นในวงวิชาการผังเมือง เนื่องจากปัจจุบันคณะกรรมการ EEC และหน่วยงานต่างๆ ได้ประกาศนโยบาย แนวทางและจัดสรรงบประมาณเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกันอย่างขนานใหญ่ ทั้งการลงทุนการพัฒนาพื้นที่รอบท่าอากาศยานอู่ตะเภา การลงทุนเชื่อมโยงโครงข่ายถนน ทางด่วน และทางราง รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคต่างๆ   ที่ต้องตั้งคำถามนี้ เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งที่แท้จริงของศูนย์เศรษฐกิจในอนาคตจะเป็นเครื่องชี้ทิศการพัฒนาในด้านกิจกรรมเศรษฐกิจที่จะให้เอกชนไปลงทุน การกำหนดระบบการเชื่อมต่อที่สอดคล้องกับกิจกรรมเศรษฐกิจพร้อมระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ การกำหนดขนาดของโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้เพียงพอและเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ การกำหนดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่คำนึงความคุ้มค่า การประหยัด และให้มูลค่าตอบแทนแก่รัฐและเอกชนในอัตราที่เหมาะสมโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ การกำหนดรูปแบบของเมืองและสภาพแวดล้อมที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตประชาชนและความยั่งยืนในการพัฒนา ที่สำคัญคือ การกำหนดงบประมาณลงทุนของรัฐที่สอดคล้องกับความสามารถการรองรับของพื้นที่ การรองรับของตลาด ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณและความเป็นธรรมในการแบ่งปันงบประมาณที่ไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรม การลงทุนอื่นๆ ของรัฐ หากจะจำแนกประเภทศูนย์เศรษฐกิจที่น่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ EEC การเติบโตอย่างชาญฉลาดหรือ Smart Growth เสนอให้พิจารณาศึกษาเจาะลึกไปที่ศูนย์เศรษฐกิจ 4 ประเภทได้แก่ ศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมือง (Downtown) เพื่อการพาณิชยกรรมและการบริการ ศูนย์เศรษฐกิจเพื่อการท่องเที่ยวและนันทนาการ (Tourism Special District) ศูนย์เศรษฐกิจเพื่ออุตสาหกรรมและการขนส่ง…

Downloadสรุปข่าวความเคลื่อนไหว เครือข่ายการพัฒนาเมือง14จังหวัด ฉบับที่ 7 ปี 2561

Download สำหรับท่านที่สนใจเรื่องการพัฒนาเมืองของเครือข่ายบริษัทพัฒนาเมือง 14 จังหวัด ท่านสามารถ Download ไฟล์ PDF Download ความเคลื่อนไหว 18 หน้า เกี่ยวกับ 14 จังหวัดพัฒนาเมือง ว่ามีความเคลื่อนไหวในการขับเคลื่อนเมืองอย่างไรสู่การวางผัง ออกแบบเมือง ยุทธศาสตร์ และระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาค   สรุปข่าวความเคลื่อนไหว เครือข่ายการพัฒนาเมืองของหลายจังหวัด การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การออกแบบเมือง และขนส่งมวลชน ในภูมิภาค ฉบับที่ 7 ปี 2561     จดหมายข่าว (Newsletter) ฉบับประจำเดือน 8 กุมภาพันธ์ – 10 มิถุนายน 2561 โดยความร่วมมือระหว่าง สมาคมการผังเมืองไทย และ เว็บไซต์ และแฟนเพจ SMART GROWTH THAILAND     Download ความเคลื่อนไหว 18 หน้า…

RTC เปิดเส้นทางรถเมล์เชียงใหม่อีก เพิ่มทางเลือกการเดินทางให้ประชาชน-ท่องเที่ยว

RTC เปิดเส้นทางรถเมล์เชียงใหม่อีก เพิ่มทางเลือกการเดินทางให้ประชาชน-ท่องเที่ยว เครดิต Transtimenews ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้ครับ     หลังจากที่ บริษัท รีเจียนนอล ทรานซิท โคเปอร์เรชั่น จำกัด หรือ RTC ได้เปิดเดิน #รถโดยสารภายในจังหวัดเชียงใหม่ โดยคิดราคาค่าโดยสารเพียงแค่ 20 บาทตลอดสาย ซึ่งมีเสียงตอบรับจากผู้โดยสารดีเกินคาด เพราะประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้น   คุณฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท รีเจียนนอล ทรานซิท โคเปอร์เรชั่น จำกัด หรือ RTC เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา RTC ได้เปิดการทดลองวิ่งให้บริการรถ #RTCsmartbus เพิ่มอีก 2 เส้นทางได้แก่ เส้นทาง #R2 เริ่มจากสนามบินเชียงใหม่-ช้างคลาน-หนองหอย-สุดปลายทางที่ศูนย์การค้าพรอมมีนาดา   โดยเส้นทางนี้ผ่านย่านการค้าและการท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ได้แก่…